วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

มือใหม่หัดเขียน (คิ้ว):สอนแต่งหน้า อบรมพัฒนาบุคลิกภาพ

มือใหม่หัดเขียน (คิ้ว)

คิ้ว เป็นขนแถบเล็กๆที่สร้างความวุ่นวายให้กับมือใหม่อย่างมาก  จะมีอาการ เอ๊ะ ต้องเขียนด้วยเหรอ ถ้าเขียนจะเขียนยังไงดี ทำไมต้องเขียนแบบนี้  งั้นเราจะอธิบายหลักการง่ายๆ เอาแบบพื้นฐาน ให้พอเขียนแล้วเป็นธรรมชาติ ดูมีคิ้ว ก่อนจะไปถึงขั้นคิ้วสามมิติ เจ็ดชั้นใดใด 

อันดับแรกส่องกระจกเลยจ๊ะ ดูรูปตาของเราก่อนว่า เป็นคนตากลมๆ ตาเม็ดอัลมอนรีๆ หรือตาเล็กหยี๋ๆ เพราะพื้นฐานคือคิ้วกับตาต้องสัมพันธ์กัน ตาลักษณะดังต่อไปนี้
       
ตากลมโต 


สาวที่มีลักษณะตาแบบนี้ให้กันคิ้วในลักษณะปลายตรงชี้ออก ส่วนหัวตาให้ขนานไปกับดวงตาและชี้ออกไประดับเดียวหับหู หรือคิ้วตรงๆแบบซองเฮเคียว เพราะหากคิ้วโค้งลงตามรูปตา จะยิ่งทำให้ทุกอย่างดูกลมไปหมดนะ       
ตารีเม็ดอัลมอน 



ลักษณะนี้ง่ายมา คือให้คิ้วขนานโค้งแบบเดียวกับรูปตาได้เลย แต่ตอนเขียนคิ้วนั้นอาจจะลากหางคิ้วให้ยาวออกมาอีกเล็กน้อย
       
ตาเล็กตี๋ 


ตามประสาสาวหมวยไม่ได้ตั้งใจ ควรกันให้คิ้วมีลักษณะที่ จากหัวคิ้วโค้งขึ้นไปจนถึงตำแหน่งสุดขอบตาดำแล้วหักลงมาให้หางตาทำมุมกับคิ้ว 45 องศา จะช่วยให้ดวงตาโดดเด่นขึ้นได้นะจ๊ะ
เรามาเิริ่มกันเลย...

สำหรับวิธีเขียนของมือใหม่ขอแนะนำเป็นแบบดินสอเพราะจับถนัดมือและควบคุมได้ ง่าย เริ่มจากเลือกสีดินสอที่อ่อนกว่าสีผม 1 ระดับ สีดำเดี๋ยวนี้ก็มีดำหลายระดับ เลือกสีไม่เข้มมากจะปลอดภัยที่สุด สำหรับการเขียนให้เริ่มเขียนจากกึ่งกลางคิ้วก่อน เพราะส่วนที่เข้มที่สุดของคิ้วจะเป็นส่วนหาง ให้สาวๆค่อยระบายตามรูปคิ้วของเราไปเรื่อยๆ ให้หางเรียวแหลมไปเรื่อยๆและวาดออกมาจากหางคิ้วเดิมเล็กน้อย โดยวัดจากให้ดินสอวางไปบนใบหน้าให้มุมปาก – หางตาอยู่ในเส้นเดียวกัน แล้วเราจะได้จุดที่ต้องวาดคิ้วให้ยาวออกมาจนถึงจุดที่อยู่ในแนวเดียวกับมุมปากและหางตา
        
ส่วนหัวคิ้วให้วาดอย่างเบามือไปตามรูปคิ้ว โดยควรให้ระยะห่างระหว่างคิ้วซ้ายและขวา พอดีกับสันจมูก ไม่ชิดและไม่ห่างมากกว่าหัวตา และที่สำคัญต้องดูให้คิ้วทั้งสองข้าง มีรูปทรงที่เหมือนกันและอยู่ในระดับเดียวกัน เท่านี้ก่อนสำหรับสาวๆที่เพิ่งหัดเขียนคิ้ว ในโอกาสต่อไปยังมีเทคนิคการเขียนคิ้วที่หลากหลาย น่าสนใจขึ้นไปอีก เพราะคิ้วก็เป็นอีกส่วนสำคัญบนใบหน้า ห้ามละเลยปล่อยคิ้วเป็นชินจังนะคะสาวๆ


รายละเอียดหลักสูตรสอนแต่งหน้า


ดูหลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพหรือหลักสูตรอื่นๆ

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

9 วิธีเพื่อดูแลดวงตาให้สดใสอ่อนเยาว์:สอนแต่งหน้า บุคลิกภาพ

บทความ สอนแต่งหน้า อบรมพัฒนาบุคลิกภาพ
9 วิธีเพื่อดูแลดวงตาให้สดใสอ่อนเยาว์

อายุยังไม่ทันไรเจ้าตีนตาก็เริ่มมาเยี่ยมเยือนที่ดวงตาของคุณผู้หญิงซะแล้ว ไหนจะยังถุงใต้ตา และความคล้ำหมอง ที่ดูแล้วทำให้หน้าโทรม เพิ่มอายุล่วงหน้าให้ไปหายปี ลองมาหาวิธีรักษาความอ่อนเยาว์ให้กับดวงตาไปพร้อมๆ กับกระปุกดอทคอมดีกว่าค่ะ
สวมแว่นกันแดด

เพื่อหลีกเลี่ยงการหยีตากลางแสงแดดจัดจ้า อันจะทำให้รอยดวงตาเกิดริ้วรอย ป้องกันด้วยการสวมแว่นตากันแดด โดยเลือกแบบที่มีค่าป้องกัน UV400 และมีกรอบขนาดใหญ่ เพื่อให้ปกป้องดวงตาได้อย่างเต็มที่
ใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิแดน
ในตอนเช้านอกจากบำรุงผิวหน้าแล้ว ยังต้องไม่ลืมบำรุงผิวที่บอบบางบริเวณรอบดวงตา โดยเลือกใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งจะช่วยเสริมโครงสร้างของผิวรอบดวงตาให้แข็งแรง และปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ ได้
ใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอล
ก่อนนอนทุกคืนให้ใช้อายครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอล ซึ่งเป็นสารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า
ช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนได้ จึงช่วยให้ริ้วรอยรอบดวงตาดูตื้นและเต็มขึ้น 
ยิ่งเป็นอายครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอลประกอบกับวิตามินเค จะช่วยได้ดีในเรื่องของการลดความหมองคล้ำรอบๆ ดวงตาด้วย 
นอกจากนี้ยังต้องเลือกบรรจุภัณฑ์ที่มีความทึบแสงหรือเป็นหลอดอลูนิเนียม อันจะช่วยคงประสิทธิภาพของเรตินอลไม่ให้เสื่อมไป
นอนหมอนสูง

หากสาวๆ ชอบนอนหมอนเตี้ยๆ ลองหาหมอนมาซ้อนอีกใบเพื่อช้อนศีรษะให้อยู่สูงกว่าลำตัว อันจะช่วยไม่ให้น้ำในร่างกายไหลมาคั่งใต้ผิวที่ร่างกายช่วงบน อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตาดูบวมหลังจากตื่นนอนได้
ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาในปริมาณที่พอเหมาะ
แม้จะต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงผิวรอบดวงตาเป็นพิเศษ แต่อย่าทาครีมบำรุงที่รอบดวงตามากเกินไป เพราะนอกจากจะซึมลงสู่ผิวได้ยากแล้ว ยังทำให้เกิดอาการระคายเคือง หรือคันดวงตาในวันรุ่งขึ้นได้ แถมยังทำให้ตาบวมตุ่ยอีกด้วย
ใช้ครีมกระชับผิวรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ กาบา และ ดีเอเอ็มอี
ส่วนใหญ่แล้วครีมประเภทยกกระชับผิวบริเวณรอบดวงตาจะไม่ค่อยให้ผลการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนนัก ลองยกระดับประสิทธิภาพขึ้นอีกขั้นด้วยการเลือกใช้ครีมสำหรับรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ จีเอบีเอ หรือ กาบา (GABA) ช่วยเรื่องความหมองคล้ำ และมี ดีเอเอ็มอี (DMAE) ที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของสารแอนตี้ออกซิแดนท์ให้ทำงานได้ดีขึ้น ทำให้โครงสร้างผิวกระชับและเรียบเนียนขึ้น
ใช้ไพรม์เมอร์ก่อนแต่งหน้าเพื่อพรางริ้วรอยรอบดวงตาให้ดูตื้นขึ้น
สำหรับวันที่ต้องการมอบความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวรอบดวงตาแบบเร่งด่วน ให้ใช้เมคอัพไพรม์เมอร์สูตรที่มีส่วนผสมของซิลิโคน ซึ่งจะช่วยริ้วรอยดูเต็มตื้น ดวงตาดูสดใสขึ้น
ใช้คอนซีลเลอร์อย่างถูกต้อง

เพื่อการพรางร่องรอยความหมองคล้ำใต้ดวงตาอย่างแนบเนีบน เลือกใช้คอนซีลเลอร์สีออกเหลืองกับรอยคล้ำที่มีสีออกฟ้าหรือม่วง และใช้คอนซีลเลอร์สีอมส้ม หรือสีพีชกับรอยคล้ำที่เป็นสีน้ำตาล เท่านี้ก็พรางความไม่สดใสใต้ดวงตาได้เนียนๆ แล้ว
พรางตาโปนด้วยอายแชโดว์เนื้อแมท
สำหรับสาวที่มีตาโตจนดูโปนออกมาให้หลีกเลี่ยงการใช้เมคอัพรอบดวงตาที่มีประกาย อย่างมีส่วนผสมของชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ เพราะจะยิ่งทำให้ตาดูโปนออกมามากขึ้น เลือกให้อายแชโดว์เนื้อแมทแทน โดยเลือกเฉดที่เข้มกว่าสีผิวจริง และทาไปตามแนวยาวของเปลือกตาทั้งด้านบนและด้านล่าง เท่านี้ดวงตาก็จะดูโปนน้อยลง ใบหน้าดูสดใส ไม่ดูดุด้วย

รายละเอียดหลักสูตรสอนแต่งหน้า


ดูหลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพหรือหลักสูตรอื่นๆ


กลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ 
เมืือคุณเรียกใช้ เราไปทุกที่
ราคาไมตรีทีคุณยิ้มได้

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ปัดแก้ม..ไม่ใช่เรื่องยาก:บทความ เรียน อบรมสอน แต่งหน้า บุคลิกภาพ


ปัดแก้ม..ไม่ใช่เรื่องยาก:บทความ เรียน อบรมสอน แต่งหน้า บุคลิกภาพ
การปัดแก้มนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยใครๆก็ทำเป็น แต่การปัดแก้มให้สวยนี่สิคะ ไม่ใช่ว่าใครๆก็ทำได้
สำหรับวันนี้ก็มีวิธีการปัดแก้มที่ใครๆบอก ก็บอกว่าง่ายแต่เอาเข้าจริงๆแล้วทั้งปัดได้ไม่เท่ากัน ปัดแล้วเหมือนโดนไม้หน้า3 ฟาดมาซะงั้น ทำไงดีละคะ เรามีคำแนะนำดีๆมาฝากกันคะ โบราญว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะรอยครั้ง เพราะงั้นเราต้องรู้จักรูปหน้าของเรากันก่อนเพราะการปัดแก้มก็ต้องดูรูปหน้าของเราด้วยนั้นเองคะ
สาวหน้ากลม
ปัดบลัชจากตรงกลางพวงแก้มไปจนถึงหูโดยไล่เฉดสีจากเข้มไปอ่อน แบบนี้จะช่วยทำให้รูปหน้าของเราดูสวยได้รูปขึ้นคะ
สาวหน้ารูปไข่
ปัดบลัชบริเวณแก้มให้ดูเด่นชัดชึ้นมากแล้วเกลี่ยไล่เฉดสี ออกไปทางหูเพียงเล็กน้อยเท่านี้ก็เสร็จแล้วคะ
สาวหน้ารูปหัวใจ
ปัดบรัชสีสดลงบนโหนกแก้มเพราะถ้าปัดมากไปกว่านี้จะทำให้หน้ารูปหัวใจของเรามองดูยิ่งแหลมขึ้นไปอีกคะ
สาวหน้าสี่เหลี่ยม
ปัดบรัชด้วยสีอ่อน ลงบนกึ่งกลางพวงแก้ม และใต้โหนกแก้ม เพือลดเหลี่ยมมุมของใบหน้า จะทำให้ใบหน้าดูสวยขึ้นได้คะ


รายละเอียดหลักสูตรสอนแต่งหน้า


ดูหลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพหรือหลักสูตรอื่นๆ


กลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ 
เมืือคุณเรียกใช้ เราไปทุกที่
ราคาไมตรีทีคุณยิ้มได้


แหล่งที่มา widemagazine.com

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิธีทำเรียวปากให้น่าดู น่าจูบ:สอนแต่งหน้า อบรมพัฒนาบุคลิกภาพ


วิธีทำเรียวปากให้น่าดู น่าจูบ
…..อากาศหนาวๆ แบบนี้ ริมฝีปากของคุณสาวๆ แห้ง แตก ลอกเป็นขุยกันบ้างรึป่าวคะ ถ้าเป็นอย่างนั้น คงไม่ดีแน่เลยล่ะค่ะ มาลองดูกับวิธีการที่จะช่วยทำให้ เรียวปาก ของคุณสาวๆ ดูอวบอิ่มเหมือนหมอนนุ่มๆ น่าดู น่าสัมผัส กันดีกว่าค่ะ
…..icon  มาเริ่มกันที่ขั้นตอนแรกกันเลยนะคะ ด้วยการใช้แปรงสีฟัน (จะเป็นแปรงสีฟันแบบธรรมดา หรือแบบไฟฟ้าก็ได้นะคะ) นำมาขัดริมฝีปากที่ยังเปียกๆ หรือพอหมาดๆ ค่ะ ใช้เวลาในการขัดนานประมาณ 30 วินาที โดยให้ขัดเป็นวงกลมนะคะ วิธีการขัดริมฝีปากแบบนี้ จะช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วออกไปได้ค่ะ แถมยังเป็นการกระตุ้นระบบหมุนเวียนด้วยค่ะ
…..icon  หลังจากที่ขัดเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ซับริมฝีปากเบาๆ ให้แห้ง แล้วตามด้วยการใช้ลิปบาล์มหรือปิโตรเลียมเจลลี่ ทาให้ทั่วริมฝีปากเลยนะคะ จากนั้นก็ปล่อยทิ้งไว้สักประมาณ 10 นาทีค่ะ วิธีนี้ จะช่วยล็อคเอาความชุ่มชื้นไว้และยังช่วยให้เรียวปากของคุณดูอวบอิ่มขึ้นด้วยค่ะ
…..icon  ใช้กระดาษทิชชูซับเบาๆ ที่ริมฝีปากให้ริมฝีปากรู้สึกชุ่มชื้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ เคล็ดลับนี้ จะช่วยทำให้ลิปสติกที่คุณจะใช้ทาในขึ้นตอนต่อไป ติดทนนาน เรียบเนียน ดูสวยไม่เปียกเยิ้มจนเกินไปค่ะ
…..icon  ใช้ลิกสติกแบบ ลิปสเตนน์แอนด์กลอส ที่เป็นปากกาวาดขอบปาก (ลิปแบบนี้ จะให้สีที่ดูสวยสด ชัดเจน และไม่เลอะง่าย) วาดลงไปรอบขอบปากของคุณ จะทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้น
…..icon  จากนั้น ก็เติมลิปในส่วนของเรียวปากภายในจากขอบริมฝีปากคุณให้ทั่ว โดยลากเป็นเส้นยาวๆ เรียบๆ อย่าลากย้อนไปมานะคะ เพราะจะทำให้ริมฝีปากของคุณดูเหี่ยวย่นได้ค่ะ หลังจากทาทั่วแล้ว ก็ให้คุณสาวๆ ใช้ลิปบาล์มแบบที่ให้ความชุ่มชื้น ทาทับลงไปอีกรอบ เพื่อตรึงสีของลิปนั้นให้คงอยู่ยาวนานมากยิ่งขึ้น เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ

…..icon  คุณสาวๆ ทราบมั้ยคะว่า ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรอบดวงตา นั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้เพื่อล้างอายไลน์เนอร์ได้อย่างอ่อนโยน หากคุณสาวๆ ลองนำมาใช้เช็ดทำความสะอาดที่ริมฝีปากดูล่ะก็ เวิร์คเลยทีเดียวนะคะ นอกจากจะทำความสะอาดสีลิปสติกได้อย่างล้ำลึกแล้ว ยังช่วยทำให้ริมฝีปากของคุณ ไม่แห้งแตกอีกด้วยล่ะค่ะ
…..คุณสาวๆ ก็อย่าลืมดูแล ริมฝีปาก ของคุณ ให้น่าดู น่าจูบ อยู่ตลอดเวลาด้วยนะคะ นี่จะเป็นอีกหนึ่งจุดบนใบหน้า ที่สามารถดึงดูดความสนใจของหนุ่มๆ ได้มากเลยทีเดียวค่ะ
.
เรียบเรียงโดย women.mthai

รายละเอียดหลักสูตรสอนแต่งหน้า


ดูหลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพหรือหลักสูตรอื่นๆ


กลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ 
เมืือคุณเรียกใช้ เราไปทุกที่
ราคาไมตรีทีคุณยิ้มได้

ลดริ้วรอยรอบดวงตา "อย่างได้ผล":อบรม สอนแต่งหน้า

สูตรลดริ้วรอยรอบดวงตา "อย่างได้ผล!!!"



วัตถุดิบที่ใช้ใน สูตรลดริ้วรอยรอบดวงตา นี้คุณผู้หญิงหลาย ๆ คนอาจจะคาดไม่ถึงก็ได้ว่าใช้ได้ด้วยเหรอ อยากรู้ไหมว่าวัตถุดิบที่ว่านี้ที่ใช้ในสูตรลดริ้วรอยรอบดวงตานี้คืออะไรกันเอ่ย...นั่นก็คือ วิตามินซี นั่นเองค่ะ อยากรู้ไหมว่าเราจะใช้วิตามินซีกับสูตรลดริ้วรอยรอบดวงตาอย่างไรนั่นเราก็มาดูกระบวนการสูตรลดริ้วรอยรอบดวงตากันเลยดีกว่าค่ะ

สูตรลดริ้วรอยรอบดวงตา VS วิตามินซี


เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่อายครีมของคุณด้วยการผสมน้ำร้อน 1/2 ช้อนชากับวิตามินซี 1 เม็ด ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นก่อนนำมาผสมกับอายครีมของคุณ แล้วนำมาแตะแต้มบริเวณใต้ตาเบา ๆ ก็จะช่วยลดเลือนริ้วรอยให้คุณได้ ถ้าคุณใช้อย่างต่อเนื่อง


รายละเอียดหลักสูตรสอนแต่งหน้า


ดูหลักสูตรพัฒนาบุคลิกภาพหรือหลักสูตรอื่นๆ




ขอขอบคุณข้อมูลจาก Lisa ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

วิธีการดูแลผิวหน้า:อบรม สอนแต่งหน้า พัฒนาบุคลิกภาพ



วิธีการดูแลผิวหน้า

การดูแลผิวหน้าในแต่ละวัย ย่อมแตกต่างกันตามสภาพผิวที่เปลี่ยนแปลงไปตามวัยที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ยัง เป็นสาวหน้าใส ผิวพรรณ เต่งตึง การทาแค่ครีมกันแดด และล้างหน้าด้วยเคลนเซอร์สูตรอ่อนโยนก็อาจจะเพียงพอ แต่เมื่อวัยมากขึ้นรอยตีนกาเริ่มมาเยือน ผิวหน้าที่เคยเนียนใส กลับดูแห้งหรือหยาบมากขึ้น การเลือกผลิตภัณฑ์และการดูแลผิวอาจจะดูยุ่งยาก และต้องใส่ใจกันมากขึ้น เพราะปัญหาของผิวจะเริ่มปรากฎมากขึ้นนั่นเอง
วัย15-20 ปี

การดูแล : วัยรุ่นกับสิวเป็นของคู่กันเสมอ สิวในช่วงนี้มักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ และมีตัวก่อกวนอื่น ๆ ร่วมด้วยเช่น การแคะ แกะ หรือบีบสิว รวมทั้งความเครียดและอดนอนจริง ๆ แล้ว สิวที่เกิดขึ้นมักหายไปเองตามธรรมชาติ ถ้าเราไม่ไปกดสิว ปัญหารอยดำ

 และการอักเสบก็จะไม่เกิดขึ้น แต่หากไม่หาย ก็ปรึกษาคุณหมอเถอะค่ะ การดูแลผิวในวัยสาวน้อย ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ วันละ 2 ครั้งก็พอ และหลีกเลี่ยงเคลนเซอร์หรือโทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแอลกฮอล์ เพราะค่อนข้างแรงกับผิวอาจทำให้ผิวใส ๆ ดูกร้านก่อนวัยได้
วัย 20 ปีขึ้นไป
การดูแล : ปัญหาเรื่องสิว จะลดน้อยลง ยกเว้นในคนที่ผิวมัน ที่อาจมีเม็ดสิวเป้ง ๆ ให้รำคาญใจได้ หรือคนที่มีฮอร์โมนเพศสูง ก็อาจมีสิวโผล่อยู่เรื่อย ๆ นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้ ในช่วงสาววัย 16 ได้ดี บางครั้งอาจจะไม่เหมาะกับสาววัยนี้ก็เป็นได้ เนื่องจากผิวหน้าที่เคยอ่อนใส อาจดูหมองคล้ำ หรือแห้งกร้านได้ตามวัยที่มากขึ้น การใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนผสมของ AHA จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตาย และเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวหน้าสดใส เปล่งปลั่งมากขึ้นและไม่ลืมทาครีมป้องกันแดดทุกครั้ง ก่อนออกจากบ้าน เพราะแสงแดด จะทำให้ริ้วรอยมาเยือนผิวได้เร็วขึ้น ป้องกันไว้ดีกว่าแก้แน่นอนค่ะ นอกจากนี้การใช้ AHA จะทำให้ผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้นจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ครีมกันแดดทุกวัน และหากเลี่ยงแดดแรง ๆ ได้ก็ควรทำค่ะ หรือจะเลือกการขัดผิวด้วยครีมขัดผิว ซึ่งผลิตมาเพื่อใช้กับผิวหน้าที่บอบบางก็สะดวกดีค่ะ วิธีขัดผิวที่ถูกต้อง ควรทำหลังจากทำความสะอาดหน้าแล้ว แต้มเจลหรือครีมขัดผิว ลงบนผิวหน้า 5 จุดคือ บริเวณ หน้าผาก แก้มทั้งสองข้างจมูก และคาง เว้นบริเวณรอบดวงตาไว้ แล้วใช้นิ้วกลางและนิ้วนาง ซึ่งมีแรงกด ค่อนข้างเบา นวดเป็นวงกลมไปในทิศเดียวกัน จะช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดลอก ทำให้ผิวหน้านวลผ่อง สดใสขึ้น ทำสัปดาห์ละครั้งก็พอค่ะ หลังจาก ขัดผิวแล้วอย่าลืมทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ทุกครั้ง ซึ่งการขัดผิวจะช่วยให้ครีมบำรุงผิวซึมสู่ผิวได้ล้ำลึกขึ้น
วัย 30 ปีขึ้นไป

การดูแล : ผิวหน้าของสาววัยนี้ จะมีปัญหาของริ้วรอยใต้ตา โดยเฉพาะเวลาที่คุณยิ้ม รอยตีนกาและรอยเ่ยวย่นบนหน้าผาก จะเริ่มปรากฎชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ผิวพรรณที่เคยเปล่งปลั่ง สดใสก่อนหน้านี้ ก็จะเริ่มขาดความยืดหยุ่น ผิวหน้าจะดูหยาบกร้านขึ้น รูขุมขนโตขึ้น การดูแลผิวจึงต้องครบเครื่องมากขึ้น ทั้งการขัดผิว และม
าสค์หน้า จะช่วยขจัดการหลุดลอกของผิวชั้นนอก และช่วยดูดซับสิ่งสกปรกตกค้างจากรูขุมขนส่วนลึกได้ดี ทำให้หน้าสะอาด กระชับและสดใสขึ้น และสำหรับผิวหน้าที่ เริ่มมีริ้วรอยควรเลือกมาส์ค ที่มีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หลังการพอกหน้าและล้างสะอาดแล้ว จะทำให้หน้าผ่อง เนียนนุ่ม และมีความยืดหยุ่นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนการเลือกครีมบำรุงผิวของสาววัยนี้ ควรเน้นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นพิเศษ เพราะผิวหน้าจะเริ่มแห้งมากขึ้น น้ำหล่อเลี้ยงผิวหน้าตามธรรมชาติ ผลิตน้อยลง และควรเลือกชนิดเนื้อเบา เพื่อไม่ให้ไปอุดตันรูขุมขน


นอกจากนี้ การใช้อายเจลหรืออายครีม ก็จะช่วยทำให้ผิวรอบดวงตา ชุ่มชื้นและสดใสขึ้น ส่วนครีมกันแดด ก็จำเป็นต้องใช้เป็นประจำทุกวัน
มาสก์พอกหน้าแบบประหยัดมาสค์พอกหน้าจากโยเกิร์ตล้างหน้าให้สะอาด ซับเบาๆด้วยผ้าขนหนู แล้วใช้มือแตะโยเกิร์ต(ให้ใช้ชนิดที่ไม่ผสมเนื้อผลไม้) มาพอกให้ทั่วผิวหน้า เว้นรอบปากและดวงตา นวดและคลีงเบาๆ พอกไว้ประมาณ 20 นาที จึงล้างออก หมั่นทำสัปดาห์ละ3 ครั้ง ผิวจะเปล่งปลั่งสดใส
มาสค์ พอกหน้าจากมะละกอนำมะละกอมาปั่นให้ละเอียด นำพอกให้ทั่วผิวหน้า ในมะละกอจะมีเอนไซม์ที่ช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หมดได้ จึงทำให้ผิวหน้า สดใส เปล่งปลั่ง

ขั้นตอนการบำรุงผิวหน้า:สอนแต่งหน้า อบรมพัฒนาบุคลิกภาดพ


มาเรียนรู้ ขั้นตอนการบำรุงผิวหน้า ที่ถูกต้องกันเถอะ
หลายๆคนอาจสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนการบำรุงผิว เพราะมี
หลายอย่างเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นโทนเนอร์ เซรั่ม ครีม
และทุกขั้นตอนในการดูแลผิวหน้านั้นก็มีความสำคัญไม่น้อย
ไปกว่ากันเลย เพราะแต่ละขั้นตอนให้ประโยชน์ต่อผิวต่างกัน
และช่วยทำงานเสริมกันในการทำให้ให้ผิวพรรณดูสดใสวันนี้
เรามาดูขั้นตอนการบำรุงผิวหน้ากันค่ะ


• โทนเนอร์
  หลังจากทำความสะอาดผิวหน้าแล้วให้ใช้โทนเนอร์เช็ด
  ย้อนรูขุมขน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างช่วยปรับสมดุล
  ให้ผิว และเป็นการเตรียมผิวก่อนลงครีมบำรุง


• ครีมรอบดวงตา
  ควรบำรุงก่อนเพราะผิวบริเวณนี้แห้งและบอบบาง
  กว่าส่วนอื่น

• เซรั่ม
  เป็นตัวบำรุงผิวแบบล้ำลึกลงไปถึงผิวชั้นในสุดเพราะเซรั่มมีขนาดของโมเลกุลเล็กกว่าครีมบำรุงผิว จึงสามารถซึมลงไปในผิวได้ล้ำลึกกว่า

• ครีม
  เช่น 
ไวท์เทนนิ่งครีม ครีมลดริ้วรอย เพราะครีมเป็นตัวบำรุงที่มีเนื้อข้นที่สุดจึงควรทาเป็นสิ่งสุดท้าย หากเป็นเดย์ครีมจะมีเนื้อบางเบาและแห้งเร็ว
  ในขณะที่ไนท์ครีมสามารถซึมสู่ผิวได้ลึกและให้ความชุ่มชื้นมากกว่าดังนั้นในเวลากลางคืนที่ผิวต้องการได้รับการฟื้นฟู จึงควรเลือกครีมสำหรับ
  บำรุงผิวตอนกลางคืนหรือ ไนท์ ครีมโดยเฉพาะนะคะ เพื่อผลลัพธ์
ผิวขาวกระจ่างใสที่รวดเร็วยิ่งขึ้นค่ะ

• มาสก์
  ควรมาสก์หน้าเพียงอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพราะมาสก์มักจะมีความเข้มข้นมากกว่าครีมบำรุงผิว 8-10 เท่า เช่น หากต้องการเพิ่มความกระจ่างใส
  ให้ผิวแบบเร่งด่วน การใช้
ไวท์เทนนิ่ง มาสก์ จะช่วยให้ดูสว่างขึ้นได้ทันที ซึ่งจะรวดเร็วกว่าการใช้ไวท์เทนนิ่งครีมค่ะ